โลโก้ที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง ?

เลือกอ่าน

ในวันนี้แอดมินมีบทความดีๆ มากฝากทุกท่านกันค่ะสำหรับวันนี้ คือโลโก้ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ซึ่งโลโก้นั้น เปรียบเสมือน รักแรกพบ เพราะสามารถจดจำและสร้างความประทับใจได้ในครั้งแรกและสร้างความประทับใจได้ในระยะยาว เพราะโลโก้นั้นจะต้องมีเอกลักษณ์ น่าจดจำ และสร้างความประทับใจในระยะยาวแก่ผู้บริโภค ดังนั้นจึงมีคำถาม ว่า โลโก้ที่ดีต้องมีอะไรบ้างค่ะ ซึ่งโลโก้เองมีกระบวนการทำที่ซับซ้อนกว่าที่เรามองเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโจทย์ทางการออกแบบ การค้นคว้าข้อมูลของแต่ละแบรนด์ แนวคิดหรือวิสัยทัศน์ของแบรนด์ และการสื่อความหมายของโลโก้นั้น เพื่อให้โลโก้นั้นทีคุณภาพดีที่สุด และตรงกบความต้องการของลูกค้า

กำหนดโจทย์ทางการออกแบบ (Design brief)

นักออกแบบจะต้อง “เข้าใจ” ว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการสำหรับโลโก้นั้นคืออะไรการกำหนดโจทย์ทางการออกแบบจะเข้ามาเป็นเครื่องมือที่ดีในการกำหนดทิศทางของทั้งสองฝ่าย ผ่านการประชุมและนัดพูดคุยเพื่อสัมภาษณ์ข้อมูลต่างๆ ในการนำมาเป็นพื้นฐานการออกแบบ รู้ความต้องการของลูกค้า และต้องเข้าใจในขีดจำกัดบางประการที่ลูกค้ามี นักออกแบบสามารถส่งอีเมลเป็นคำถามหรือนัดประชุมเพื่อเข้าไปพูดคุย ขึ้นอยู่กับข้อตกลงการทำงานของทั้ง 2 ฝ่าย

ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญคือนักออกแบบและบริษัทต้องสื่อสารระหว่างกันนอกจากนี้นักออกแบบไม่ควรที่จะนึกเอาเองว่าคำตอบอาจจะเป็นไหน ลองค้นคว้าเพิ่มเติมจากบทความหรือข่าวทั้งในหนังสือ นิตยสาร หรือเว็บไซต์ ทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัทกำลังจัดจำหน่าย รูปแบบการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนวัฒนธรรมภายในองค์กร เพื่อนำมาประกอบเป็นข้อมูลในการออกแบบต่อไป

กำหนดแนวคิดการออกแบบ

หลังจากการทำการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ นักออกแบบน่าจะพอมองเห็นภาพบางอย่างที่เกิดขึ้นหรือมีไอเดียบางอย่างที่มีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นโลโก้ให้กับบริษัทต่อไปได้แล้ว ให้ลองร่างมา 4-5 แบบ แล้วนำไปทดสอบกับคนที่มีความน่าเชื่อถือหรือกลุ่มคนที่มีความน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัทได้ รับฟังคอมเมนท์และผลตอบรับทุกรูปแบบที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงโลโก้ เพิ่มข้อดีและลดข้อเสียต่างๆ ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลามากอยู่พอสมควร เพราะการออกไปหาแรงบันดาลใจนั้นยังเป็นหัวใจสำคัญ นักออกแบบจำเป็นต้องเผื่อเวลานี้ให้กับการออกแบบของตัวเองด้วยเช่นกัน

การสื่อความหมายของโลโก้

โลโก้นั้นมีทั้งโลโก้ที่ทำเพื่อสื่อความหมายเชิงลึกให้แก่ลูกค้า และทำเพื่อโปรโมทความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เราจะพบได้ว่า โลโก้มากมายในสังคมของเรามีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน อันเนื่องมาจากการวิสัยทัศน์และเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน ดังนั้นโลโก้ที่ดีนอกจากจะสื่อว่าเราขายอะไรแล้ว มีจุดเด่นหรือจุดรวมสายตาตรงไหน การสื่อความหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป เพราะโลโก้คือตัวแทนของแบรนด์ในสินค้าแต่ละชนิด เช่น โลโก้ร้านอาหารจะต้องสื่อถึงความเป็นพ่อครัว แม่ครัว หรือสไตล์การทำอาหารของแต่ละร้านแฝงไว้ หากเป็นร้านที่ต้องการบอกว่าแบรนด์ของต้นเป็นร้านอาหารอิตาลีจะต้องมีการใส่รู้เชิงสัญลักษณ์ไม่วาจะเป็นธงชาติ เชฟที่แสดงว่ามาจากอิตาลี อาหารทั้งพิซซ่าหรือเส้นพาสต้า รวมถึงโทนสี(Mood and Tone)ที่บ่งบอกถึงความคลาสิคประหนึ่ง คุณนั่งทานที่อิตาลีและมีเชฟอิตาลีทำอาหารให้คุณทานที่ร้านนี้ เป็นต้น

พร้อมนำเสนอ และพร้อมแก้ไข

นักออกแบบควรเลือก 1-2 แบบ เพื่อมานำเสนอเป็นครั้งแรก สิ่งสำคัญคือเป็นหน้าที่ของนักออกแบบที่ต้องอธิบายถึงแนวคิดในการออกแบบให้ชัดเจน มั่นใจ และโน้มน้าวลูกค้าว่างานออกแบบของเรานั้นตรงกับความต้องการ ในขั้นตอนนี้ลูกค้าอาจมีคอมเมนท์บางประการให้กลับไปแก้ไข ข่าวดีถ้าลูกค้าตกลงปลงใจกับงานออกแบบโลโก้ คอมเมนท์อาจเป็นเพียงการแก้ไขขนาดเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าไม่ นักออกแบบอาจต้องกลับไปที่ขั้นตอนตั้งแต่ Design brief เพื่อหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการที่แท้จริงซึ่งอาจมองข้ามไป ออกแบบและนำมาเสนอใหม่อีกครั้ง

ส่งโลโก้ให้พร้อมใช้งาน

เมื่อการนำเสนอเป็นไปอย่างเรียบร้อย ในฐานะนักออกแบบจะต้องสร้างไฟล์โลโก้ ขนาดต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการใช้งาน ทั้งสำหรับสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เป็นต้น

สรุป

โลโก้ที่ดีต้องมีเอกลักษณ์ น่าจดจำ และสามารถสื่อสารตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน กระบวนการออกแบบเริ่มจากการเข้าใจโจทย์ของลูกค้า ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแบรนด์ วางแนวคิด ทดลองออกแบบ และรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โลโก้ต้องสามารถสื่อความหมายได้ตรงจุด และเมื่อออกแบบเสร็จ นักออกแบบควรส่งมอบไฟล์ที่พร้อมใช้งานทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

พวกเราใส่ใจ “ทุกงานออกแบบ”

Pay Attention to every design

Creative-Y ให้บริการงานออกแบบกราฟิกครบวงจร (One Stop Graphic Design Service) ครอบคลุมทั้งงานออกแบบโลโก้ สื่อสิ่งพิมพ์ (โปสเตอร์ โบรชัวร์ แคตตาล็อก หนังสือ นามบัตร บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ) และสื่อออนไลน์ (โฆษณาบน Facebook / เว็บไซต์ ภาพปก Facebook อินโฟกราฟิก ฯลฯ)