วันนี้แอดมินมาชวนทุกท่านตั้งคำถามกันว่า ทำไมโลโก้ราคาหลักร้อยกับโลโก้ราคาหลักหมื่นมีอะไรที่ไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่โลโก้ควรจะเรทราคาไม่ต่างกันมากนัก แล้วถ้าเราเลือกโลโก้ หลักร้อยมันก็ใช้ได้เหมือนกันจะเสียเงินทำโลโก้แพงๆไปทำไม หรือ เราพึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจจะลงทุนกับโลโก้ราคาแพงจะคุ้มกับเรารึเปล่า หรือ ลูกค้าเราเขาชอบของเราไม่เกี่ยวกับโลโก้หรอก โลโก้จะกี่บาทก็ได้ วันนี้แอดมินจะมาชวนทุกท่านมาหาคำตอบที่คาใจเรากันค่ะ
โลโก้ร้อย…เป็นอย่างไร
หากเรากำลังเริ่มต้นธุรกิจและมองหาโลโก้เพื่อใช้ในแบรนด์เรา เราอาจจะเริ่มมองหาจากโลโก้ราคาถูก ไม่เกิน 500-1,000 บาท หรือขอแค่ราคา 300 บาทก็นำมาใช้ได้ โลโก้เหล่านี้มองเผินๆอาจจะเหมือนโลโก้ที่เราเห็นมากมายตามท้องตลาด ที่มีแบบให้ดูมากมาย เพียงนำแบบให้เพจที่รับทำโลโก้ราคาถูกตาม Facebook ที่รับทำมากมาย หรือทำเองก็ได้ แค่หาแบบที่ชอบมาอ้างอิงเอาที่มาใช้ได้ง่ายๆก็พอ โลโก้เหล่านี้หากนำมาวิเคราะห์กันดีๆแล้ว เราจะพบการวางที่ไม่แบบแผน ไม่มีการทฤษฎีใดๆมารองรับ ขาดการวิเคราะห์แบรนด์ในเชิงลึก ขาดจุดรวมสายตา สีที่ใช้ก็ไม่ได้สื่อความหมายใดๆ อีกทั้งไม่มี Mood and Toneที่เหมาะสม รวมถึงยังไม่มีความหมายที่สื่อกับลูกค้าที่เป็นผู้รับสาร ทำให้โลโก้เหล่านี้ขาดความสะดุดตา อีกทั้งยังไม่แสดงถึงทัศนคติของแบรนด์ ทำให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์และลูกค้าอาจจะสื่อได้ไม่ดีนัก ลูกค้าอาจจะจำแบรนด์ของท่านไม่ได้เพราะไม่มีจุดที่สะดุดตาและลืมท่านในที่สุด แต่ไม่เรื่องผิดที่ท่านจะเลือกใช้โลโก้เหล่านี้เพราะด้วยงบประมาณในการทำแบรนด์ที่จำกัด และวัตถุประสงค์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
โลโก้หลักหมื่น…เป็นอย่างไร
สำหรับโลโก้ในเรทราคานี้ สำหรับผู้เริ่มต้นกิจการส่วนใหญ่มักจะมองว่า โลโก้นี้ราคาแพง และสูงเกินไป ไม่น่าคุ้มถ้าจะลงทุน แต่ในปัจจุบันยังมีแบรนด์ชั้นนำมากมายที่มองว่าราคาเท่านี้ถือว่าไม่แพง เพราะโลโก้บางแบรนด์ราคาอาจจะพุ่งสูงไปถึงราคาหลักล้าน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ แนวความคิด ของกราฟฟิคดีไซเนอร์ หรือผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำและสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจนั้นๆ แล้วโลโก้เหล่านี้มีองค์ประกอบอะไรบ้างล่ะ เราจะมาแยกส่วนต่างๆให้ทุกท่านเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกันค่ะ
– การสื่อวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ ทัศนคติของแบรนด์ และการตลาดที่แฝงในโลโก้
ในแบรนด์ชั้นนำทั่วไปหรือแบรนด์พรีเมี่ยม เราจะพบว่า แบรนด์เหล่านี้มีวิสัยทัศน อัตลักษณ์ที่แสดงถึงแบรนด์ของพวกเขาอย่างมีระบบ ดังนั้นการสื่อสารกับลูกค้าจะต้องสื่อได้ในทุกทางโดยเฉพาะโลโก้ที่ต้องมีความเป็นแบรนด์ของพวกเขาที่ไม่ว่าเราจะเห็นที่ไหน เราจะนึกถึงพวกเขา นึกถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านตาในโฆษณาทั้งโทรทัศน์ ป้ายบิลบอร์ดทั้งแบบธรรมดาและแบบดิจิตอลในย่านการค้า โฆษณาผ่านFacebookและสื่อออนไลน์อื่นๆมากมาย พวกเขามีเวลาในการโฆษณาแบรนด์ตนเองที่ทั้งจำกัด ไม่เกิน 3-5 วินาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่พวกเขาต้องสื่อความเป็นแบรนด์ของตนเองให้คนจำได้และสะดุดตามากที่สุด ดังนั้นการออกแบบโลโก้ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด เพื่อใช้ทั้งการสื่อสารกับลูกค้า การนำเสนอแบรนด์ตนเอง และการใช้ในด้านการตลาด และโลโก้ที่ราคาสูงเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้พวกเขาดึงความสนใจของคนที่พบเห็น เพราะในการแข่งขันทางการตลาดที่สูงการสร้างภาพแรกจำ หรือ การสร้างความประทับใจแรกเป็นสิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในธุรกิจต่างๆนั่นเอง
– ทฤษฏีการออกแบบต่างๆที่ได้วิเคราะห์ผ่านการค้นคว้าข้อมูลของแบรนด์ในเชิงลึก
ในการออกแบบโลโก้นั้นจำเป็นต้องใช้ทฤษฏีมากมายเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบรนด์ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งด้านวิสัยทัศน์ ทัศนคติ การตลาด สินค้าที่ขาย และบริการหลักของแบรนด์ รวมไปถึงหลักการทางกราฟิคดีไซน์ เช่น Mood and Tone ที่ต้องการให้แบรนด์สื่อสารกับลูกค้าว่าเราขายสินค้าประเภทไหนให้ความรู้สึก หรือสื่อถึงความรู้สึกของแบรนด์ที่ส่งถึงลูกค้า ,จุดรวมสายตา ที่เมื่อมองที่โลโก้ของแบรนด์นี้แล้วจุดแรกที่เรามองและจำได้ทันทีคืออะไร การสร้างความหมายในแต่ละส่วนของโลโก้ว่าแต่ละจุดมีความหมายว่าอย่างไร เพราะโลโก้จะช่วยสื่อความหมายเหล่านี้ในเวลาสั้นๆให้แบรนด์สะดุดตา เข้าใจง่าย และเป็นที่จดจำ ซึ่งโลโก้บางแบรนด์ก็จะต้องวางแผนใหม่ออกแบบตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย จนออกแบบมาเป็นโลโก้ที่เราเห็นในทุกวันนี้นั่นเอง
– คู่มือการใช้โลโก้อย่างละเอียด (Manual) ที่กราฟฟิกจะให้ท่าน
ในการออกแบบโลโก้ของแบรนด์เหล่านี้ เหล่ากราฟิคจะจะส่งคู่มือการใช้โลโก้อย่างละเอียดให้แบรนด์อีกด้วย โดยคู่มือนี้จะเป็นตัวช่วยให้แบรนด์คุมการใช้โลโก้ของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โลโก้เหล่านี้จะมีขอบเขตการใช้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำโลโก้ไปวางบนพื้นสีแบบไหนต้องใช้สีอะไร ฟอนต์ที่ใช้ได้ในโลโก้ต้องใช้ฟอนต์แบบไหนได้บ้าง หากนำโลโก้ไปขยายและลดขนาดทำได้ที่ขนาดเท่าไหร่ หรือ เมื่อนำไปวางบนซองจดหมาย กระดาษหัวจดหมาย นามบัตร การ์ดของแบรนด์ J-Flag จะต้องวางอย่างไร วางจุดไหน และสีอะไร ซึ่งในแบรนด์เหล่านี้จะไม่ต้องกังวลว่าหากนำไปโลโก้ของพวกเขาไปใช้งาน โลโก้ของพวกเขาจะเด่นมากน้อยแค่ไหน เพราะทุกอย่างมีกระบวนการคิดของกราฟิคดีไซเนอร์คิดให้ทุกกระบวนการแล้ว แต่เนื่องจากการทำโลโก้แบรนด์เหล่านี้ราคาสูง จึงทำให้ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะใช้โลโก้เหล่านี้นั้นเองจากข้างต้นนี้ โลโก้ทั้ง 2 ราคานั้นมีกระบวนการคิด และออกแบบที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละราคาจะมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้โลโก้จึงต้องดูตามวัตถุประสงค์ของเรา รวมถึงงบประมาณที่เรามีอยู่ หากเราเป็นแบรนด์เล็กงบไม่เยอะ เราอาจจะเริ่มต้นจาก 300 บาทแล้วค่อยพัฒนาแบรนด์และปรับโลโก้ในภายหลัง เพื่อเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นแบรนด์ชั้นนำได้ แต่หากโลโก้เราราคาสูงมีกระบวนการคิด ทฤษฏีการออกแบบครบถ้วน แต่การบริการของเราไม่ได้คุณภาพ โลโก้ก็ไม่อาจจะช่วยให้แบรนด์ของคุณขึ้นมาเป็นที่นิยมได้ ทุกอย่างทั้งโลโก้ ภาพลักษณ์ คุณภาพการบริการของแต่ละแบรนด์จะต้องพัฒนาไปพร้อมๆกัน เพราะโลโก้คือ หนึ่งในตัวช่วยสร้างแบรนด์ของคุณแต่ไม่อาจช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายได้หากแบรนด์นั้นขาดคุณภาพ การเอาใจใส่ลูกค้า การบริการ และการบริหารทางการตลาด ท้ายที่สุดนี้การเลือกใช้โลโก้ขอให้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเรทราคาเท่าใด แต่อย่าลืมใส่ความเป็นคุณในนั้น เพราะแบรนด์ โลโก้ คือตัวคุณในโลกธุรกิจค่ะ

